Chonburi Province Red Cross Chapter

 
เกี่ยวกับสภากาชาด

เกี่ยวกับสภากาชาด (7)

วันอังคาร, 05 มกราคม 2559 03:21

อาสาสมัคร

Written by

สมาชิกอาสากาชาด
อาสากาชาดที่ผ่านการอบรมและปฏิบัติงานให้สภากาชาดไทยปี ละไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมงเป็นเวลาติดต่อกันครบ 5 ปี โดยไม่มีข้อบกพร่องเสียหายอย่างใดจะได้รับการขึ้นทะเบียน เป็นสมาชิกอาสากาชาดตลอดชีพและได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าบำรุงประจำปี ต่อไป อาสากาชาดตลอดชีพมีสิทธิเท่าเทียมสามัญของสภากาชาดไทย
ประโยชน์ของ การเป็นสมาชิกสภากาชาดไทย
1.
  เมื่อเข้ารับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลของสภากาชาดไทย คือ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์และโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา จะได้รับการลดอัตราค่าห้องพิเศษ ค่าผ่าตัดกึ่งหนึ่งของอัตราที่กำหนด
2.
  เมื่อเข้ารับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข จะได้รับการลดอัตราค่าห้องกึ่งหนึ่งของอัตราที่กำหนด ตามระเบียบกระทรวงสาธารณะสุข
อาสากาชาดซึ่งได้ปฏิบัติงานที่เป็นประโยชน์แก่สภากาชาดไทย หรือสาธารณชนด้วยความวิริยะอุตสาหะและจิตอันเป็นกุศล จะได้รับการเชิดชูเกียรติ โดยสำนักงานอาสากาชาดจะเสนอ
* ขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์
* เหรียญกาชาดสมนาคุณชั้นที่ 3
,2,1
* เข็มเครื่องหมายประสิทธิภาพ
* เข็มบำเพ็ญประโยชน์ของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
* เข็มที่ระลึกของโรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า
* เข็มโครงการอาสากาชาดฟื้นฟูสุขภาพถึงบ้าน

 

เงื่อนไขการสมัคร
สำนักงานอาสากาชาดยินดีรับบุคคลทั้งชายและ หญิง ผู้มีจิตเมตตา และศรัทธาในกาชาด ปรารถนาที่จะใช้เวลา สติปัญญา ตลอดจนความรู้ความสามารถ ช่วยงานของ สำนักงานอาสากาชาด รวมทั้งกิจการของสภากาชาดไทย โดยผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

 

คุณสมบัติผู้สมัคร
มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์
ไม่จำกัดเพศ
สามารถอ่าน - เขียนได้
สุขภาพแข็งแรง และไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรง
พร้อมกับต้องมี ผู้รับรองที่มีคุณสมบัติในข้อใด ข้อหนึ่งดังนี้
1. ผู้อำนวยการสำนักงานอาสากาชาด
2. อาสากาชาดที่ปฏิบัติงานอย่างสม่ำเสมอมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี
3. เจ้าหน้าที่สภากาชาดไทยตั้งแต่ระดับ 6 ขึ้นไป

ขั้นตอนการเป็นอาสากาชาด
1. ยื่นใบสมัคร (รูปถ่าย 2 รูป
, สำเนาบัตรประชาชน) + มอบคู่มือการเป็นอาสากาชาด
2. เข้ารับการปฐมนิเทศ (นิเทศงาน)
3. ฝึกปฏิบัติงานเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 30 ชั่วโมง
4. เข้ารับการอบรม (รับประกาศนียบัตร
, ผ่านการทดสอบ , ชำระเงินค่าบำรุง , อาสากาชาดรับรอง)
5. รับเข้าเป็นอาสากาชาด

 

สนใจสมัครเป็นอาสากาชาด ติดต่อได้ที่
สำนักงานอาสากาชาด สภากาชาดไทย
1873 ถนนราชดำริ ปทุมวัน กทม. 10330
โทร. 256-4427-9

 

สมาชิกอาสายุวกาชาด
เงื่อนไขการสมัคร
อาสายุวกาชาด (
RCY Volunteer) หมายถึง บุคคลที่มีใจรัก เสียสละ ร่วมคิด ร่วมทำ สร้างสรรค์งาน เพื่อให้เกิดสิ่งที่ดีในสังคมและทำงานเพื่อช่วยเหลือสังคม โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน มีมนุษยสัมพันธ์อันดีต่อผู้อื่น มีความรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม
คุณสมบัติผู้สมัคร ในสถานศึกษา
นักเรียน นักศึกษา อายุ 15 -25 ปี เป็นสมาชิกชมรมอาสายุวกาชาด ที่สถานศึกษารองรับ
มีใจรักที่จะเสียสละ รักผู้อื่น มีเมตตากรุณา พร้อมที่จะเข้าใจผู้อื่น และช่วยเหลือสังคม
มีเวลาว่างหลังการเรียนประจำวัน พอที่จะใช้ให้เป็นประโยชน์ มีความภาคภูมิใจทำประโยชน์แก่ส่วนรวม

 

วันอังคาร, 05 มกราคม 2559 03:15

สมาชิกสภากาชาดไทย

Written by

สมาชิกสภากาชาดไทย
สภากาชาดไทย ได้กำหนดสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ที่มีความประสงค์สมัครสมาชิกสภากาชาดไทย ไว้ดังนี้


สมาชิกกิตติมศักดิ์
1. ได้รับลดหย่อนค่าห้องและค่าบริการของอัตราที่กำหนด (ตามตารางสิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาล) เมื่อเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา ของสภากาชาดไทย และได้รับลดหย่อน ตามระเบียบของกระทรวงสาธารณสุข เมื่อเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล สังกัดกระทรวงสาธารณสุข
2. ประดับเข็มได้ทั่วไป และประดับเข็มเข้าชมงานกาชาดได้ โดยไม่ต้องเสียค่าบัตรผ่านประตู
3. กรณีที่ท่านและคู่สมรสเป็นสมาชิกสภากาชาดไทย ไม่ว่าประเภทใด
  บุตรธิดาของท่าน ที่มีอายุที่ต่ำกว่า 12 ปี จะได้รับสิทธิตามข้อ 1 ด้วยเช่นกัน


สมาชิกสามัญ

1. ได้รับลดหย่อนค่าห้อง 10 % ของ อัตราที่กำหนด เมื่อเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา ของสภากาชาดไทย และได้รับลดหย่อน ตามระเบียบของกระทรวงสาธารณสุข เมื่อเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล สังกัดกระทรวงสาธารณสุข
2. ประดับเข็มได้ทั่วไป และประดับเข็มเข้าชมงานกาชาดได้ โดยไม่ต้องเสียค่าบัตรผ่านประตู
3. กรณีที่ท่านและคู่สมรสเป็นสมาชิกสภากาชาดไทย ไม่ว่าประเภทใด
  บุตรธิดาของท่าน ที่มีอายุที่ต่ำกว่า 12 ปี จะได้รับสิทธิตามข้อ 1 ด้วยเช่นกัน

 


เงื่อนไข การสมัคร
สมาชิกกิตติมศักดิ์
    บริจาคครั้งเดียวไม่ต่ำกว่า 40,000 บาท
สมาชิกสามัญ
         บริจาคเงินบำรุง 3,000 บาท

 

 

 

 

 

วันอังคาร, 05 มกราคม 2559 03:14

หลักการกาชาด

Written by

มนุษยธรรม
กาชาดเกิดขึ้นมาจากความปรารถนาที่จะนำความช่วยเหลือโดยมิเลือกปฏิบัติมาสู่ผู้บาดเจ็บในสนามรบ กาชาดเพียรพยายามทั้งในฐานะทางระหว่างประเทศและในระดับชาติ เพื่อป้องกัน และบรรเทาความทุกข์ทรมานของมนุษย์ไม่ว่าจะพบได้ในที่ใด ความมุ่งประสงค์ของกาชาดได้แก่การคุ้มครองชีวิตและสุขภาพ และการประกันความเคารพนับถือต่อมนุษยชน กาชาดส่งเสริมความเข้าใจ มิตรภาพ ความร่วมมือระหว่างกัน และสันติภาพยั่งยืนระหว่างประชากรทั้งมวล

ความไม่ลำเอียง
กาชาดไม่เลือกปฏิบัติในเรื่องสัญชาติ เชื้อชาติ ความเชื่อถือทางศาสนา ชั้น วรรณะ หรือความคิดเห็นทางการเมือง กาชาดเพียรพยายามอย่างเดียวที่จะบรรเทาความทุกข์ทรมาน โดยให้การปฏิบัติเป็นลำดับแรกต่อกรณีความทุกข์ยากที่เร่งด่วนที่สุด

ความเป็นกลาง
เพื่อที่จะได้รับความไว้วางใจสืบต่อไปจากทุกฝ่าย กาชาดไม่อาจเข้ากับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดในการสู้รบ หรือเกี่ยวข้องไม่ว่าในเวลาใดในการขัดแย้ง ซึ่งมีลักษณะทางการเมือง เชื้อชาติ ศาสนา และลัทธินิยม

ความเป็นอิสระ
กาชาดเป็นอิสระ สภากาชาดแห่งชาติแม้จะมีส่วนช่วยเหลือในบริการด้านมนุษยธรรมของรัฐบาลของตน และอยู่ในบังคับแห่งกฎหมายของประเทศตน จะต้องธำรงความเป็นอิสระอยู่เสมอไป เพื่อที่จะสามารถปฏิบัติตามหลักการกาชาดได้ทุกเวลา

บริการอาสาสมัคร
กาชาดเป็นองค์การอาสาสมัครในการบรรเทาทุกข์ โดยไม่มีความปรารถนาผลประโยชน์ในประการใด ๆ

ความเป็นเอกภาพ
ในประเทศหนึ่งพึงมีสภากาชาดได้เพียงแห่งเดียว สภากาชาดต้องเปิดให้แก่คนทั่วไป สภากาชาดต้องปฏิบัติงานด้านมนุษยธรรมตลอดทั่วดินแดนของตน

 

ความเป็นสากล
กาชาดเป็นสถาบันสากล ซึ่งสภากาชาดทั้งมวลที่สังกัดอยู่มีฐานะเท่าเทียมกัน และมีส่วนความรับผิดชอบและหน้าที่เท่าเทียมกันในการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

 

 

วันอังคาร, 05 มกราคม 2559 03:12

ตราสัญลักษณ์

Written by

เครื่องหมายกาชาด

ประวัติเครื่องหมายกาชาด

คศ. 1859 นายอังรี ดูนังต์ ได้เห็นเหตุการณ์การสู้รบที่เมืองซอลเฟอริโน ณ ที่นั้นมีทหารบาดเจ็บจำนวนมากที่ถูกทอดทิ้งให้ตายโดยปราศจากการดูแลรักษาและ ร่างกายก็ถูกปล่อยให้ถูกโจรกรรมลักทรัพย์สิ่งของไป สาเหตุหนึ่งที่หน่วยแพทย์ทหารไม่สามารถให้การช่วยเหลือได้ก็เพราะไม่มี เครื่องหมายบนเครื่องแบบที่จะแสดงตนให้ฝ่ายสู้รบเห็นได้โดยง่าย

คศ.1863 ได้มีการประชุมนานาชาติที่นครเจนีวา เพื่อหาหนทางแก้ไขจุดอ่อนในการขาดประสิทธิภาพของบริการทางการแพทย์ของกองทัพ ในสนามรบ ที่ประชุมได้รับรองให้ใช้กาชาดบนพื้นขาวเป็นเครื่องหมายพิเศษอันเด่นชัด สำหรับสมคมบรรเทาทุกข์ที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือทหารบาดเจ็บ ซึ่งต่อมาคือสภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงประจำชาติต่างๆ

คศ. 1864 ได้มีการรับรองอนุสัญญาเจนีวาฉบับเริ่มแรก และมีการรับรองกาชาดบนพื้นขาวอย่างเป็นทางการว่าเป็นเครื่องหมายพิเศษอัน เด่นชัดสำหรับหน่วยบริการทางการแพทย์ของกองทัพ

 

คศ. 1876 ในสงครามระหว่างรัสเซียและตุรกี ในคาบสมุทรบอลข่าน จักรวรรดิออตโตมานตกลงใจใช้เครื่องหมายเสี้ยววงเดือนแดงบนพื้นขาวแทนเครื่อง หมายกาชาด ประเทศอียิปต์ดำเนินรอยตาม ต่อมาเปอร์เซียขอใช้รูปสิงโตแดงกับดวงอาทิตย์บนพื้นขาว ประเทศเหล่านี้ได้มีข้อสงวนไว้ในอนุสัญญาเจนีวา และต่อมาเครื่องหมายพิเศษเหล่านี้ได้ถูกนำมาเขียนไว้ในอนุสัญญา ปี คศ.1929

คศ. 1949 ข้อ 38 ของอนุสัญญาเจนีวา ฉบับที่หนึ่งปี ค.ศ. 1949 ยืนยันให้เครื่องหมายกาชาด เสี้ยววงเดือนแดง สิงโตแดงกับดวงอาทิตย์บนพื้นขาวเป็นเครื่องหมายคุ้มครองสำหรับหน่วยบริการ ทางการแพทย์ทหาร และมิให้เครื่องหมายอื่นใดนอกเหนือจากนี้

คศ. 1980 สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านตกลงใจให้ยกเลิกรูปสิงโตแดงกับดวงอาทิตย์และให้ใช้เสี้ยววงเดือนแดงแทน

คศ.1982 สหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศได้รับกาชาดและเสี้ยววง เดือนแดงบนพื้นขาว เป็นเครื่องหมายของสหพันธ์ฯ

 

 

 

สภากาชาดไทย “มีฐานะเป็นนิติบุคคล ดำเนินการอันเป็นสาธารณกุศลเพื่อมนุษยธรรมตามหลักการของกาชาดสากล และพึงได้รับการสนับสนุนการดำเนินการจากรัฐ”

พระราชบัญญัติว่าด้วยสภากาชาดไทย (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2550

 

วิสัยทัศน์สภากาชาดไทย

สภากาชาดไทยเป็นองค์กรสาธารณกุศลระดับชาติ เป็นที่พึ่งของประชาชนและดำเนินการเพื่อมนุษยธรรมตามหลักการกาชาดสากล เป็นองค์กรที่มีลักษณะเป็นพลวัตและนวัตกรรม มีวิสัยทัศน์ที่จะก้าวไปข้างหน้า สู่ความเป็นเลิศ และเป็นไปตามคติทัศน์ของสภากาชาดไทย คือ การบรรเทาทุกข์ บำรุงสุข บำบัดโรค กำจัดภัย เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน

 

พันธกิจสภากาชาดไทย

1) การบริการทางการแพทย์และสุขภาพอนามัย

2) การบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัย

3) การบริการโลหิต

4) การส่งเสริมคุณภาพชีวิต

 

ยุทธศาสตร์สภากาชาดไทย (ปี 2554 –2558)

ยุทธศาสตร์ที่ 1         การบริการทางการแพทย์  และสาธารณสุขที่เป็นเลิศและครบวงจร          

ยุทธศาสตร์ที่ 2         การช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็ว

ยุทธศาสตร์ที่ 3         การพัฒนาและขยายบริการโลหิต  ผลิตภัณฑ์จากพลาสมา  และเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต

ยุทธศาสตร์ที่ 4         การพัฒนาและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชน

ยุทธศาสตร์ที่ 5         การพัฒนาระบบบริหารจัดการแบบบูรณาการเชิงรุก

 

วันอังคาร, 05 มกราคม 2559 03:01

ประวัติกาชาดไทย

Written by

พระผู้พระราชทานกำเนิด เมื่อ ร.ศ. ๑๑๒ (พ.ศ. ๒๔๓๖) มีกรณีพิพาท ระหว่าง ประเทศสยาม กับฝรั่งเศส เรื่องดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ได้ทวีความรุนแรงจนถึงมีการสู้รบ เป็นเหตุให้ทหารบาดเจ็บล้มตายมาก ไม่มีองค์การกุศล ทำหน้าที่ช่วยเหลือ พยาบาลบรรเทาทุกข์อย่างเป็นล่ำเป็นสัน ท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงษ์ ได้ดำเนินการชักชวนและรวบรวมสตรีอาสาสมัครขึ้น และได้ทำบันทึกกราบบังคมทูลสมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี (สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า) ขอให้นำความขึ้น กราบบังคมทูล พระกรุณาขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต ตั้ง "สภาอุณาโลมแดงแห่งชาติสยาม" ขึ้นเพื่อปฏิบัติการ บรรเทาทุกข์ทหารที่บาดเจ็บ เมื่อความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชกระแสว่า เป็นความคิดอันดีตามแบบอย่างประเทศที่เจริญแล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์ และพระบรมราชานุญาตให้เรี่ยไรได้เงินถึง ๔๔๓,๗๑๖ บาท ซึ่งเป็นเงินจำนวนมหาศาลในสมัยนั้น กับทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี (สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า) ทรงเป็น"สภาชนนี" สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระวรราชเทวี (สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง)ทรงเป็น"สภานายิกา" และท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงษ์ เป็นเลขานุการิณีสภาอุณาโลมแดง 

นับว่าท่านผู้หญิงเปลี่ยน เป็นสตรีที่ทันสมัย มีความคิดริเริ่ม เฉลียวฉลาดมีความสามารถ ในด้านต่าง ๆ ในสมัยนั้นอย่างยิ่งท่านหนึ่ง อาจกล่าวได้ว่า ท่านเป็นผู้ที่ได้ ริเริ่ม กิจการกาชาดขึ้น เป็นคนแรกในประเทศสยาม 

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชดำริว่า เป็นความคิดที่ต้องด้วยแบบอย่าง อารยประเทศที่ เจริญแล้วทั้งหลาย จึงทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ พระราชทาน พระบรมราชานุญาตให้จัดตั้ง "สภาอุณาโลมแดง" ขึ้น ในวันที่ ๒๖ เมษายน ร.ศ. ๑๑๒ (พ.ศ. ๒๔๓๖) ซึ่งถือเป็นวันสถาปนา สภากาชาดไทย 

พระบาทสมเด็จพระมงกฏเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อทรงดำรงตำแหน่งพระยุพราชเสด็จ กลับจากการศึกษา ในประเทศอังกฤษผ่านมาทางประเทศญี่ปุ่น ได้เสด็จทอดพระเนตรโรงพยาบาลของกาชาดญี่ปุ่น ทำให้ทรงพระดำริว่า ถ้าได้จัดโรงพยาบาลของกาชาดขึ้นในเมืองไทย ก็จะเป็นประโยชน์แก่บ้านเมือง ฉะนั้น เมื่อ สมเด็จพระราชบิดา เสด็จสู่ สวรรคาลัย พระองค์จึงได้ร่วมกับพระราชภราดาภคินี ทรงบริจาคทรัพย์รวมกับทุนของสภาอุณาโลมแดงที่มีอยู่ สร้างโรงพยาบาลขึ้นในที่ดินส่วนพระองค์ แล้วโปรดเกล้าฯ ขนานนามตามพระปรมาภิไธย พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทร มหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวว่า "โรงพยาบาล จุฬาลงกรณ์" เพื่อเป็นอนุสรณ์ ในพระราชบิดา ให้โรงพยาบาลนี้ เป็นของสภากาชาดสยาม เมื่อ พ.ศ. 2457 ชื่อสภาอุณาโลมแดง และสภากาชาดนี้ เรียกปะปนกันตลอดมา แต่เมื่อ พ.ศ. 2453 ชื่อสภาอุณาโลม แดงก็สูญไป คงใช้กันแต่ สภากาชาดสยาม หรือสภากาชาดไทย ตามชื่อประเทศ ซึ่งเปลี่ยนจาก สยามเป็นไทย มาจนบัดนี้ 

 

« December 2017 »
Mon Tue Wed Thu Fri Sat Sun
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31